Page 7 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 7
องคพระประมุข
์
ี
ิ
็
ี
ิ
้
ิ
พระบาทสมเดจพระปรเมนทรรามาธบดศรสนทรมหาวชราลงกรณ พระวชรเกลา
ิ
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นทรงราชย์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๑๓ ตุลาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๙
กฎหมายสูงสุด
ประเทศไทยมีกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
เป็นกฎหมายสูงสุด พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
ื
ู
ี
ี
่
พระวชิรเกล้าเจ้าอย่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เม่อวันพฤหัสบด ท ๖ เมษายน
์
พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีพลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตร เป็นผ้รับสนองพระราชโองการ
ู
ี
การบริหารประเทศ
ประเทศไทยแบ่งการบริหารประเทศออกเป็น ๓ ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ
ฝ่ายบริหาร
พุทธศักราช ๒๕๖๕ ประเทศไทยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ
ี
่
ู
ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอย่หัว ลงวันท ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒
่
ี
ี
และมีคณะรัฐมนตร คณะท ๖๒ ตามประกาศพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ทำาหน้าที่บริหารประเทศ
ฝ่ายนิตุิบัญญัตุ ิ
ำ
ู
พุทธศักราช ๒๕๖๔ ประเทศไทยมีรัฐสภา ประกอบด้วยสมาชิกสภาผ้แทนราษฎร จานวน ๕๐๐ คน สมาชิกวุฒิสภา
จำานวน ๒๕๐ คน มีนายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน
วุฒิสภา ดำารงตำาแหน่งตั้งแต่วันอังคาร ที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
ุ
่
ำ
ี
ฝายตุลาการ ได้แก ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลทหาร ทาหน้าท่ตีความตัวบทกฎหมาย
่
และพิจารณาคดี
ำ
ศาลยุติธรรม เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีท้งปวง เว้นแต่คดีรัฐธรรมนูญหรือคดีท่กฎหมาย
ี
ั
บัญญัติให้อยู่ในอำานาจศาลอื่น
ั
่
ศาลยุติธรรมตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๕๔๓ แบ่งออกเป็น ๓ ช้น ได้แก ศาลช้นต้น ศาลอุทธรณ ์
ั
และศาลฎีกา โดยมีศาลฎีกาเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุด
ในพุทธศักราช ๒๕๖๕ มีศาลช้นต้นท่วราชอาณาจักร จานวน ๒๖๒ ศาล ประกอบด้วย ศาลช้นต้นพิจารณาคดีแพ่ง
ำ
ั
ั
ั
ำ
ำ
ำ
ำ
และคดีอาญาในกรุงเทพมหานคร จานวน ๑๓ ศาล ศาลจังหวัด จานวน ๑๑๑ ศาล ศาลแขวง จานวน ๓๙ ศาล ศาลชานัญพิเศษ จานวน
ำ
๙๐ ศาล ศาลชั้นอุทธรณ์ จำานวน ๑๑ ศาล ประกอบด้วย ศาลอุทธรณ์กลาง ๑ ศาล ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ถึงภาค ๙ จำานวน ๙ ศาล
และศาลอุทธรณ์คดีชำานัญพิเศษ จำานวน ๑ ศาล ศาลฎีกามีเพียงศาลเดียว มีนางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ดำารงตำาแหน่งประธานศาลฎีกา
ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ถึงวันศุกร์ ที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ และนายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ
ดำารงตำาแหน่งประธานศาลฎีกา ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำานาจในการวินิจฉัยชี้ขาดว่าบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ
ำ
ั
ิ
ร่างพระราชบัญญัต ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างข้อบังคับการประชุมสภา หรือการกระทาใด ๆ ท้งของรัฐ
และของบุคคลมีข้อความชอบ ขัด หรือขัดแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญ มีนายวรวิทย์ กังศศิเทียม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลปกครอง เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทระหว่างหน่วยราชการ หรือเจ้าหน้าท ี ่
ำ
ของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ำ
ื
ี
หรือเจ้าหน้าท่ของรัฐด้วยกัน อันเน่องมาจากการใช้อานาจทางปกครองตามกฎหมายหรือเน่องมาจากการดาเนินกิจการทางปกครอง
ื
ำ
ของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ำ
ี
ี
ิ
ท้งน ตามท่กฎหมายบัญญัต รวมท้งมีอานาจพิจารณาพิพากษาเร่องท่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อย่ในอานาจของศาลปกครอง
ั
้
ี
ู
ื
ั
ำ
จดหมายเหตุุประเทศไทย พุุทธศักราช ๒๕๖๕ จ

