Page 353 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 353
วัันพุุธ ที่่� ๒๔ สิงหาคม พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
้
ำ
�
เร์ือง ศัาลร์ัฐธร์ร์มนูญพุิจาร์ณาคาร์้องของปร์ะธานร์ัฐสภา กร์ณ่ขอใหวัินิจฉัยเก่ยวักับวัาร์ะการ์ดาร์ง
�
ำ
ุ
ตาแหน่งคร์บ ๘ ปี ของพุลเอก ปร์ะยที่ธ์ จันที่ร์์โอชา นายกร์ัฐมนตร์่ ม่มติดวัยเส่ยงข้างมาก
ำ
้
๕ ต่อ ๔ ให้พุลเอก ปร์ะยุที่ธ์ จันที่ร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้าที่่�จนกวั่าศัาลจะม่คำาวัินิจฉัย
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำาฝ่ายค้านสภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ำ
เม่อวันพุธ ท ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ขอให้ส่งเร่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญตรวจวาระการดารงตาแหน่งของพลเอก
ำ
ี
ื
ื
่
์
ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตร ท่มีวาระครบ ๘ ป และขอให้ศาลมีคาส่งให้พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตร ี
ี
ี
ี
์
ั
ำ
หยุดปฏิบัติหน้าที่หลังวันอังคาร ที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ี
ำ
ู
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคาร้องท่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผ้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ ว่าด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๗๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ โดยศาลได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำาร้องและเอกสารประกอบ
ตามคำาร้องแล้ว เห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติ
ำ
ี
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๙) จึงมีมติเอกฉันท์รับคาร้องน้ไว้พิจารณา
ู
ั
ั
ี
ั
ื
่
ู
ี
้
ำ
่
ู
่
้
้
้
ุ
์
้
ั
ิ
์
วนจฉย ใหพลเอก ประยทธ จนทรโอชา นายกรฐมนตร ผถกร้อง ยนคาชแจงแกขอกลาวหาตอศาลรฐธรรมนญภายใน ๑๕ วน
ั
ิ
นับแต่วันที่ได้รับสำาเนาคำาร้อง
โดยคำาร้องที่ขอให้ศาลมีคำาสั่งให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ
ำ
จะมีคาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคาร้องและเอกสารประกอบคาร้องแล้ว เห็นว่า
ำ
ำ
ข้อเท็จจริงตามคำาร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีมติเสียงข้างมาก ๕ ต่อ ๔ ให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันพุธ ที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ จนกว่าศาลจะมีคำาวินิจฉัย
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลรัฐธรรมนูญ
วัันพุุธ ที่่� ๒๔ สิงหาคม พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
เร์ือง คณะกร์ร์มการ์อาหาร์และยา ม่มติอนุมัติการ์ขยายขอบเขตข้อบ่งช่้ของวััคซ่นโคเมอร์์เนต่ ของบร์ิษที่
ั
�
ไฟเซอร์์ (ปร์ะเที่ศัไที่ย) จำากัด สำาหร์ับกลุ่มเด็กอายุ ๖ เดือน ถึง ๕ ปี
นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า คณะกรรมการอาหารและยา มีมติอนุมัติ
วัคซีนโคเมอร์เนตี (Comirnaty Vaccine) ของบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำากัด สำาหรับป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(โควิด-๑๙) สูตรที่ใช้ในกลุ่มเด็กอายุ ๖ เดือน ถึง ๕ ปี ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ ๘๐.๓ โดยฉีดขนาด ๓ ไมโครกรัม
ี
รวมท้งส้น ๓ เข็ม หลังฉีดเข็มท ๑ จะเว้นระยะห่าง ๓ สัปดาห ฉีดเข็มท ๒ และเว้นระยะห่าง ๘ สัปดาห จึงฉีดเข็มท ๓ โดยวัคซีน ๑ ขวด
์
่
ิ
ี
์
่
ี
ั
่
มีจำานวน ๑๐ โดส กรณีที่ใช้วัคซีนในเด็กโตนั้นจะฉีดขนาด ๑๐ ไมโครกรัม ในผู้ใหญ่ฉีด ๓๐ ไมโครกรัม
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
วัันพุฤหัสบด่ ที่่� ๒๕ สิงหาคม พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
�
�
เร์ือง กร์มการ์ค้าภายในอนุมัติให้ปร์ับขึ้นร์าคาบะหมกึงสำาเร์็จร์ูป ๓ ยห้อ ร์าคาไม่เกินซองละ ๗ บาที่ต่อซอง
่�
่�
ภาพ : https://www.siambusinessnews.com/33841
เดืือนสิิงหาคม พุุทธศัักราช ๒๕๖๕ 343

