Page 300 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 300

บนก้านกลีบมีต่อมนูน ผิวด้านนอกมีขนสีเงินที่ช่วงปลายกลีบ ช่วงโคนเกลี้ยง ด้านในเกลี้ยง กลีบคู่ข้างรูปขอบขนาน ยาวประมาณ

                                   ี
                                      ั
                                                  ู
          ๑ เซนติเมตร ปลายมน โคนตัด เกล้ยงท้ง ๒ ด้าน กลีบค่ล่างรูปขอบขนานแกมรูปเคียว ยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร ปลายมนกลม โคนมน
          ผิวด้านนอกมีขนสีเงิน ด้านในเกลี้ยง เกสรเพศผู้คล้ายเชื่อมติดกลุ่มเดียว รังไข่มีขนสั้นนุ่ม ผลรูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ แบน
                                                      ำ
          กว้าง ๑.๕–๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๕–๘ เซนติเมตร มีขนสีน้าตาลหนาแน่น
                                   ิ
                                                                       ื
                  กรมอุทยานแห่งชาต สัตว์ป่า และพันธ์พืช ขอพระราชทานนามช่อพฤกษศาสตร์ว่า Millettia sirindhorniana
                                                  ุ
                                                                         ึ
                                               ำ
          Mattapha, Thanant Kaewmuan & Suddee คาระบุชนิด “sirindhorniana” ต้งข้นเพ่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
                                                                       ั
                                                                            ื
                                                  ี
          กรมสมเดจพระเทพรตนราชสดาฯ สยามบรมราชกมาร โดยพระองคไดเสดจพระราชดาเนนไปทรงตดตามการดาเนนงานของโครงการ
                         ั
                 ็
                                                                                            ำ
                                                                                               ิ
                                               ุ
                                                                                   ิ
                                ุ
                                                                         ำ
                                                                            ิ
                                                                 ็
                                                            ์
                                                              ้
          อุทยานธรรมชาติวิทยา อันเนื่องมาจากพระราชดำาริ อำาเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
                             ั
                                        ี
                                           ำ
                                                    ำ
                                                                                                  ื
          และมีพระราชกระแสรับส่งต่อเจ้าหน้าท่ให้ดาเนินการสารวจชนิดพรรณไม้ในโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา อันเน่องมาจากพระ
                          ำ
          ราชดำาริ เพิ่มเติมลุ่มน้า ๓ แห่ง พืชชนิดใหม่นี้มีชื่อไทยซึ่งเป็นนามพระราชทานว่า “ม่วงราชสิริน” ตัวอย่างต้นแบบเก็บรักษาไว้ที่
          หอพรรณไม้

                                      ภาพ : https://www.dailynews.co.th/news/1241345/
                                                                                 ำ
                                                   ์
                                     ู
                                                                                                 ์
                  ซ่อนแก้ว ค้นพบโดยผ้ช่วยศาสตราจารย ดอกเตอร์สไว มัฐผา อาจารย์ประจาคณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัย
                                           ั
                                                                                         ์
                                                                                                    ้
                                                                                                      ำ
                      ี
                        ู
                          ี
          ราชภัฏอุดรธาน ผ้เช่ยวชาญพรรณไม้วงศ์ถ่วของไทย ร่วมกับนางสาวนัยนา เทศนา นักพฤกษศาสตร หอพรรณไม สานักวิจัย
          การอนุรักษ์ป่าไม้และพันธ์พืช กรมอุทยานแห่งชาต สัตว์ป่า และพันธ์พืช ดาเนินโครงการวิจัยความหลากหลายของพันธ์พืชใน
                                                                     ำ
                                                                                                        ุ
                                                                ุ
                                                  ิ
                              ุ
                                                                                           ี
          ระบบนิเวศเขาหินปูนประเทศไทย และตีพิมพ์ข้อมูลพืชชนิดใหม่ของโลก คือ “ซ่อนแก้ว” โดยค้นพบท่บริเวณวัดผาซ่อนแก้ว
                                                               ำ
          จังหวัดเพชรบูรณ์ และบริเวณน้าตกขุนกรณ์และอุทยานแห่งชาติขุนน้านางนอน จังหวัดเชียงราย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Millettia
                                  ำ
          tomentosa Mattapha & Tetsana” คาระบชนด “tomentosa”ตงตามลกษณะขนทหนาแนนบรเวณรงไขและผล ชอไทย “ซอนแกว”
                                       ำ
                                                                                         ่
                                                                         ่
                                                                               ่
                                                                                  ิ
                                                                         ี
                                                                                      ั
                                                                                                      ่
                                                           ั
                                                           ้
                                             ิ
                                                                                                           ้
                                                                                               ื
                                                                                               ่
                                                                ั
                                           ุ
           ั
                                                                                       ั
                                                                                    ี
                                                                      ้
                                                             ี
                ื
          ต้งตามช่อแหล่งเก็บตัวอย่างต้นแบบ ตัวอย่างต้นแบบเก็บรักษาไว้ท่หอพรรณไม การพบพืชชนิดน้คร้งแรกเป็นตัวอย่างเพียงแค่ฝัก
          โดยใช้เวลา ๘ ปี จึงได้ตัวอย่างที่สมบูรณ์ ได้แก่ ใบ ฝัก ดอก ผล และเมล็ด ตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ และตีพิมพ์ข้อมูลพืชชนิดใหม่ของ
          โลกลงในวารสารนานาชาติ Thai Forest Bulletin (Botany) พุทธศักราช ๒๕๖๕ เล่มที่ ๕๐ (๒)
                  ซ่อนแก้ว เป็นไม้เถาเนื้อแข็งหรือไม้พุ่มกึ่งเลื้อย กิ่งอ่อนมีขนสีนำ้าตาลหนาแน่น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงเวียน
                                    ี
          ใบย่อย ๕–๙ ใบ เรียงตรงข้าม รูปร รูปไข หรือรูปไข่กลับ ใบปลายรูปไข่กลับ ใบท้งหมดกว้าง ๓–๖ เซนติเมตร ยาว ๘–๑๕ เซนติเมตร
                                                                      ั
                                        ่
          เรียวแหลม โคนรูปลิ่ม ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนประปรายตามเส้นใบ ส่วนอื่น
          เกลี้ยง เส้นแขนงใบข้างละ ๔–๕ เส้น ก้านใบยาว ๔–๑๐ เซนติเมตร มีขนหนาแน่น ก้านใบย่อยยาว ๔–๕ มิลลิเมตร มีขนสั้นนุ่ม
          ไม่มีหูใบย่อย ช่อดอกออกตามซอกใบ มีขนสีนำ้าตาลแดงหนาแน่น ใบประดับร่วงง่าย ดอกสีขาวถึงชมพูอ่อน กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมกัน
          เป็นรูปถ้วย ยาว ๒.๕–๓ มิลลิเมตร ผิวด้านนอกมีขนหนาแน่น กลีบดอกกลีบกลางรูปเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร
          ปลายเว้าบุ๋ม ช่วงกลางก้านกลีบมีต่อมนูน ผิวด้านนอกมีขนสีทองหนาแน่น ด้านในเกลี้ยง กลีบคู่ข้างรูปเคียว ยาว ๗–๘ มิลลิเมตร
          ปลายแหลม โคนตัด เกลี้ยงทั้ง ๒ ด้าน กลีบคู่ล่างรูปเคียวถึงรูปขอบขนาน ยาวประมาณ ๖ มิลลิเมตร ผิวด้านนอกมีขนหนาแน่น
          ด้านในเกลี้ยง เกสรเพศผู้เชื่อมติดกลุ่มเดียว รังไข่มีขนหนาแน่น ผลรูปขอบขนานถึงรูปไข่กลับ แบน กว้าง ๒ เซนติเมตร ยาว ๘–๑๑
          เซนติเมตร มีขนหนาแน่น
          หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมอุทยานแห่งชาตุิ สัวตุ์ป่า และพุันธุ์พุืช
       290     จดหมายเหตุุประเทศไทย พุุทธศักราช ๒๕๖๕
   295   296   297   298   299   300   301   302   303   304   305