Page 250 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 250
วัันพุุธ ที่่� ๑ มิถุนายน พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
�
เร์ือง กร์ุงเที่พุมหานคร์อนุญาตให้สถานบันเที่ิง ผับ บาร์์ คาร์าโอเกะ เปิดให้บร์ิการ์ได้ถึง ๒๔ นาฬิกา
โดยต้องปฏิบัติตามมาตร์การ์ COVID-Free Setting
็
ิ
้
ุ
ี
่
ิ
ิ
ุ
คณะกรรมการโรคตดตอกรงเทพมหานครมมตเหนชอบประกาศกรงเทพมหานคร ใหสถานบรการ สถานประกอบการ
ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดให้ดำาเนินการ
ได้เฉพาะสถานที่ที่ผ่านมาตรฐาน Thai Stop COVID Plus และยื่นขออนุญาตต่อสำานักงานเขตพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยปฏิบัติตาม
COVID-Free Setting ดังนี้
(๑) เปิดให้บริการและจำาหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่เกินเวลา ๒๔ นาฬิกา และงดกิจกรรมที่ทำาให้เกิดความแออัด
ู
(๒) ผ้ประกอบการหรือผ้ให้บริการ (พนักงาน นักร้อง นักดนตร บุคคลท่เก่ยวข้อง) ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และเข็มกระต้น
ุ
ู
ี
ี
ี
ตรวจ ATK ทุก ๗ วัน และคัดกรองความเสี่ยงด้วยมาตรการ Thai Save Thai หรือ TST
ู
(๓) ผ้ประกอบการต้องจัดให้มีการตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของผ้รับบริการ โดยต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และ
ู
เข็มกระตุ้นเท่านั้น และผู้รับบริการต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention)
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : คณะกรรมการโรคตุิดตุ่อกรุงเทพุมหานคร
วัันพุุธ ที่่� ๑ มิถุนายน พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
�
�
ั
่
ุ
ุ
เร์ือง พุร์ะร์าชบัญญัติค้มคร์องข้อมูลสวันบุคคล พุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๒ ม่ผลบังคับใช้ต้งแตวัันพุุธ ที่่ ๑ มิถุนายน
่
ุ
พุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
พระราชบัญญัติค้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พุทธศักราช ๒๕๖๒ (Personal Data Protection Act: PDPA) มีผลใช้บังคับใช ้
ุ
อย่างเป็นทางการภายหลังจากเลื่อนบังคับใช้มาแล้ว ๒ ปี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(โควิด-๑๙)
กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำาหนดมาตรฐานการเก็บและใช้งานข้อมูลโดยไม่ละเมิดสิทธิของเจ้าของข้อมูล ข้อมูล
ส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ เชื้อชาติ ศาสนา หรือปรัชญา ข้อมูลทางการเงิน e-mail
ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลนิติบุคคล หรือคนตาย หรืออื่น ๆ หากมีผู้ฝ่าฝืนและละเมิดสิทธิของ
บุคคลอื่น ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งผิดกฎหมาย มีโทษในทางแพ่ง ทางอาญา และในทางปกครอง
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงมหาดไทย
วัันพุุธ ที่่� ๑ มิถุนายน พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
�
�
เร์ือง ศัาลปกคร์องสูงสุดม่คำาสังคุ้มคร์องชั�วัคร์าวัให้บร์ิษัที่ ไที่ยคม จำากัด (มหาชน) ม่สิที่ธิเข้าใช้วังโคจร์
�
ิ
่
ดาวัเที่่ยมไที่ยคม ๗ และดาวัเที่่ยมไที่ยคม ๘ ต่อไปจนกวั่าศัาลจะมคำาพุพุากษาหร์ือมคำาสังเป็นอย่างอืน
�
่
ำ
ั
ุ
ั
ั
ำ
ศาลปกครองสูงสุดมีคาส่งยืนตามศาลปกครองกลาง คาส่งค้มครองช่วคราวให้บริษัท ไทยคม จากัด (มหาชน) มีสิทธิเข้าใช ้
ำ
วงโคจรดาวเทียมไทยคม ๗ และดาวเทียมไทยคม ๘ ต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำาพิพากษาหรือมีคำาสั่งเป็นอย่างอื่น โดยยกคำาอุทธรณ์
ิ
ี
ของสานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาต ท่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดระงับ
์
ำ
คำาสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง
คำาฟ้องสรุปได้ว่า บริษัท ไทยคม จำากัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า สำานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ
โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี กระทำาการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีประกาศเรื่อง แผนการบริหาร
ำ
สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ในข้อ ๙.๗ และข้อ ๔๐ และภาคผนวก ข โดยไม่คานึงถึงสิทธิในการใช ้
วงโคจรดาวเทียมท่ผู้ฟ้องคดีท ๑ ได้รับก่อนจะมีประกาศฉบับดังกล่าว และผ้ถูกฟ้องคดีกระทาการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีมต ิ
ู
ี
่
ำ
ี
ี
่
ในการประชุมคร้งท ๑๐/๒๕๖๔ เม่อวันอังคาร ท ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ในส่วนท่เก่ยวกับสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม
ั
ื
ี
ี
ี
่
ของดาวเทียมไทยคม ๗ และดาวเทียมไทยคม ๘ ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า มติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
240 จดหมายเหตุุประเทศไทย พุุทธศักราช ๒๕๖๕

