Page 142 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 142
ำ
้
ิ
่
ิ
ศาลปกครองสูงสุด พพากษาคาขอศาลปกครองกลางใหพจารณาคดีใหมของกรมควบคุมมลพิษและกระทรวงการคลง
ั
ื
่
ู
ึ
ผ้ร้องซ่งย่นคาร้องต่อศาลปกครองกลางเม่อพุทธศักราช ๒๕๕๙ ขอให้พิจารณาคดีใหม อ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม โดยศาลปกครอง
ื
่
ำ
สูงสุดเห็นว่า ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ จึงไม่จำาต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่น หรือประเด็นระยะเวลาการยื่นคำาขอให้พิจารณาพิพากษา
ำ
ี
ำ
ั
ำ
คดีหรือมีคาส่งใหม่อีก เพราะไม่ทาให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป และให้บังคับตามคาช้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลข
ดำาที่ ๕๐/๒๕๔๖ ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ ๒/๒๕๕๔ ลงวันพุธ ที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ื
ื
คดีดังกล่าว กระทรวงการคลังและกรมควบคุมมลพิษได้ย่นคาร้องต่อศาลปกครองกลางเม่อพุทธศักราช ๒๕๕๙
ำ
้
่
ี
ำ
ั
ั
้
ี
่
่
ิ
ี
ี
่
็
ิ
ิ
ุ
่
ั
็
้
้
้
ำ
ขอใหศาลพจารณาคดใหม โดยอางวามหลกฐานใหม อนทาใหขอเทจจรงทฟงเปนยตทเคยมคาพพากษาของศาลปกครองไปแลว
ิ
ี
่
ำ
ั
ี
ั
่
ำ
่
ั
ึ
่
ิ
ำ
้
ิ
ุ
ี
มการเปลยนแปลงในสาระสาคญ ซงศาลปกครองกลางมีคาสงรบคาขอใหพจารณาคดใหมเฉพาะในสวนของกรมควบคมมลพษ
่
ี
ี
ไว้พิจารณา และมีคาพิพากษาถอดถอนคาช้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดาท ๕๐/๒๕๔๖ ข้อพิพาทหมายเลขแดง
่
ำ
ำ
ำ
ี
ที่ ๒/๒๕๕๔ ลงวันพุธ ที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ำ
ำ
ื
เน่องจากศาลปกครองกลางเห็นว่า คาช้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการท่ให้กรมควบคุมมลพิษชาระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหาย
ี
ี
้
็
่
และดอกเบย ใหแกกจการรวมคาเอนวพเอสเคจ มเหตให้เพกถอนไดตามมาตรา ๔๐ วรรคสาม (๒)(ข) แหงพระราชบัญญต ิ
ี
ุ
ี
ี
ิ
ั
ี
้
ิ
่
ี
้
่
้
อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.๒๕๔๕
์
ู
ำ
ำ
ื
ำ
บริษัท วิจิตรภัณฑ ก่อสร้าง จากัด กับพวก ผ้คัดค้าน ย่นคาร้องอุทธรณ์คาพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดว่าพยานหลักฐาน
ที่กรมควบคุมมลพิษอ้างไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่อันอาจทำาให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วมีผลเปลี่ยนแปลงในสาระสำาคัญ
ี
่
ั
ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การท่กรมควบคุมมลพิษอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม ท้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร
ิ
ตามรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต บันทึกถ้อยคาของพยานบุคคล
ำ
้
่
ื
ั
่
่
ื
ิ
ี
ั
้
ุ
ื
ั
้
และพยานเอกสารทย่นสงในชนสบพยาน ทแสดงความเชอมโยงความทจรตของเจาหนาทของรฐ ขาราชการทางการเมอง รวมกนกบ
่
้
่
ี
ื
ั
ี
่
เอกชนที่เอื้อประโยชน์ให้ซึ่งกันและกัน เพื่อให้ที่ดินของบริษัท คลองด่าน มารีน แอนด์ฟิชเชอรี่ จำากัด ใด้ใช้ในการก่อสร้างโครงการ
ำ
ี
ำ
และให้กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจ ได้รับการคัดเลือกเข้าทาสัญญาโครงการจัดการนำ้าเสีย จังหวัดสมุทรปราการ จนทาให้เกิดความ
เสียหายแก่รัฐและประชาชน
นอกจากน กรณีสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีหนังสือถึงกรมควบคุมมลพิษ
ี
้
ำ
ี
ี
่
ั
ำ
ำ
ึ
แจ้งคาส่งคณะกรรมการธุรกรรม ท ย.๑๔๘/๕๙ อายัดเงินจานวน ๒ รายการพร้อมดอกผล ซ่งเป็นสิทธิเรียกร้องท่กรมควบคุม
ำ
มลพิษ ผ้ร้อง ต้องชาระให้แก่กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจ ผ้คัดค้าน ตามคาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดไว้ช่วคราว รวมท้ง
ำ
ี
ั
ู
ั
ู
ี
ำ
ี
การอ้างความชอบของคาช้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการท่มีสาเหตุจากการขาดคุณสมบัติในเรื่องความเป็นกลางของนายเสถียร
วงศ์วิเชียร ขณะเป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายเอกชนนั้น พยานหลักฐานของกรมควบคุมมลพิษดังกล่าว เป็นพยานหลักฐานที่ล้วนมีอยู่
ก่อนแล้วในระหว่างการพิจารณาคดีครั้งก่อน และกรมควบคุมมลพิษได้รู้ถึงพยานหลักฐานดังกล่าวมาก่อนแล้วทั้งสิ้น และมิใช่กรณี
ตามมาตรา ๗๕ วรรคสอง
ำ
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวจึงมิใช่พยานหลักฐานใหม่อันอาจทาให้ข้อเท็จจริงท่ฟังเป็นยุติแล้วน้น
ี
ั
ำ
ี
ี
เปลี่ยนแปลงไปในสาระสาคัญ และข้อเท็จจริงท่กรมควบคุมมลพิษกล่าวอ้างมิใช่ข้อเท็จจริงใหม่ท่เปล่ยนแปลงไปในสาระสาคัญซ่ง
ึ
ี
ำ
ึ
ี
ำ
ำ
ทาให้ผลแห่งคาพิพากษาขัดกับกฎหมายท่ใช้บังคับอย่ในขณะน้น ตามมาตรา ๗๕ วรรคหน่ง (๑)(๔) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัต ิ
ั
ู
ั
ำ
ั
จัดต้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ อันจะเป็นเหตุท่ขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคาส่ง
ี
่
ั
่
ำ
่
ำ
ื
้
้
ิ
ั
่
ำ
้
ึ
ื
็
ชขาดคดีปกครองนนใหม่ไดแล้ว จงไมจาเป็นตองวนิจฉัยในประเดนอ่นและประเด็นระยะเวลาการยนคาสงใหม่อีก เพราะไมทาให ้
ี
้
ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงได้
ศาลปกครองสงสุดพิพากษากลบคาส่งและคาพิพากษาของศาลปกครองกลาง เป็นให้ยกคาขอให้พจารณาคดใหม ่
ี
ู
ิ
ำ
ำ
ั
ำ
ั
ำ
ของกรมควบคุมมลพิษและกระทรวงการคลัง ผ้ร้อง และให้บังคับตามคาช้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดา
ำ
ี
ู
ี
ท ๕๐/๒๕๔๖ ข้อพิพาทหมายเลขแดงท ๒/๒๕๕๔ ลงวันพุธ ท ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ และคณะอนุญาโตตุลาการ
่
ี
ี
่
่
ั
ำ
ชุดดังกล่าวส่งให้กรมควบคุมมลพิษชดใช้ค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบาบัดนำ้าเสียคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ให้กับ
บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำากัด บริษัท สี่แสงการโยธา (๑๙๗๙) จำากัด บริษัท ประยูรวิศว์ จำากัด บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำากัด
บริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำากัด และบริษัท สมุทรปราการ ออพเปอร์เรทติ้ง จำากัด ทั้ง ๖ บริษัท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน
ทั้งสิ้นกว่า ๙ พันล้านบาท
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลปกครองสูงสุด
132 จดหมายเหตุุประเทศไทย พุุทธศักราช ๒๕๖๕

