Page 487 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 487
ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทยในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัป
ที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และทำาให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็น “ประเทศแห่ง
นวัตกรรม” ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนระบบนิเวศนวัตกรรม
และระบบนิเวศสตาร์ตอัป โดยมุ่งเน้นการพัฒนากำาลังคน บ่มเพาะ และพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการสตาร์ตอัป การปรับโครงสร้าง
ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการจัดสรรเงินทุนสนับสนุน ทั้งในส่วนกลางและในระดับภูมิภาคเพื่อกระจายศูนย์กลางความเจริญ
สร้างเมืองน่าอยู่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเมืองและเชื่อมโยงความเจริญสู่ชนบท หนึ่งในกลไกหลักคือ การพัฒนา “ย่านนวัตกรรม :
Innovation District” หรือ พื้นที่ที่มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการ มีการผสมผสานระหว่างสถาบัน โรงเรียน
ที่อยู่อาศัย ร้านค้าปลีก และพื้นที่สำานักงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมแบบเปิด คือ การทำางานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความคิด
และเทคโนโลยีระหว่างกัน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
วันพุธ ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แกนนำาคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทย
ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จำานวน ๕ ราย พ้นจาก
สถานภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังถูกศาลอาญามีคำาพิพากษาลงโทษจำาคุกในคดีชุมนุม
ทางการเมือง
ภาพ : https://thestandard.co/constitutional-court-take-5-pdrc-leaders-into-consideration/
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำาวินิจฉัยกรณีที่คณะกรรมการการเลือก (กกต.) ตั้งส่งคำาร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัย กรณีนายชุมพล
จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกร้องที่ ๑ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ
พรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกร้องที่ ๒ นายอิสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกร้องที่ ๓ นายถาวร เสนเนียม
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกร้องที่ ๔ และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ
พรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกร้องที่ ๕ ถูกศาลอาญามีคำาพิพากษาลงโทษจำาคุก ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.๓๑๗/๒๕๖๔ เมื่อวันพุธ
ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ จากการชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย
ที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายชุมพล จุลใส นายอิสระ สมชัย และนายณัฏฐพล
ทีปสุวรรณ ๕ ปีนับแต่วันที่มีคำาพิพากษา เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้ง ๕ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๑(๖) ประกอบมาตรา ๙๘(๔) (๖) และมาตรา ๙๖(๒)
โดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑(๖) บัญญัติว่า สมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงเมื่อมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๙๘(๔)
เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง และมาตรา ๙๘(๖) ต้องคำาพิพากษาให้จำาคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล การที่รัฐธรรมนูญ
กำาหนดเช่นนั้น เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำาหน้าที่นิติบัญญัติจึงต้องได้รับการกลั่นกรองคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม
ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการกระทำาผิดมัวหมอง อีกทั้งมาตรา ๙๖ และมาตรา ๙๘ บัญญัติไว้ชัดเจนไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้
ส่วนข้อโต้แย้งที่ว่าการทำาผิดอาญาของผู้ถูกร้องที่ ๑ - ๕ มาจากการชุมนุมแสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยรับรอง
ว่าเป็นการแสดงออกเพื่อแสดงความเห็นทางการเมืองอันเป็นสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้รับรอง
การกระทำาผิดตามกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นไว้ ข้อโต้แย้งนี้จึงฟังไม่ขึ้น
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลรัฐธรรมนูญ
เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 477

