Page 476 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 476

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ จากเดิมที่มีพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ๖ จังหวัด เหลือเป็น

          ๐ จังหวัด ทำาให้ในช่วงนี้ไม่มีพื้นที่ใดประกาศใช้ข้อกำาหนดที่ห้ามออกนอกเคหสถานแล้ว พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จาก ๓๙ จังหวัดปรับเป็น
          ๒๓ จังหวัด พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) มี ๒๓ จังหวัดเช่นเดิม พี้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก ๕ จังหวัดปรับเป็น ๒๔ จังหวัด และพื้นที่นำาร่อง
          ท่องเที่ยว (สีฟ้า) จาก ๔ จังหวัด ปรับเป็น ๗ จังหวัด
                  วันเสาร์ ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า จากการประชุม
          ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ
          ให้ติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) สายพันธ์ุโอมิครอน ที่พบเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
          เริ่มที่สาธารณรัฐบอตสวานา และระบาดไปแล้ว ๕ - ๖ ประเทศ ใกล้กันในแอฟริกาตอนใต้ โดยให้กระทรวงสาธารณสุขดำาเนินการร่วมกับ
          กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย เตรียมมาตรการเฝ้าระวัง
                  ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ติดตามสถานการณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับต่างประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร องค์การอนามัยโลก
          และมีมาตรการห้ามบุคคลที่เดินทางมาจาก ๘ ประเทศในทวีปแอฟริกาเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่ สาธารณรัฐบอตสวานา ราชอาณาจักร
          เอสวาตินี ราชอาณาจักรเลโซโท สาธารณรัฐมาลาวี สาธารณรัฐโมซัมบิก สาธารณรัฐนามิเบีย สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และสาธารณรัฐซิมบับเว
          ซึ่งเป็นประเทศที่มีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ตั้งแต่วันพุธ ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ส่วนบุคคลที่ได้รับการอนุญาตให้เข้ามา

          ในประเทศไทยแล้วได้สั่งให้มีการกักตัวและไม่ให้ทำากิจกรรมนอกห้องพักเป็นเวลา ๑๔ วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ

          หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)


          วันศุกร์ ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
          เรื่อง   สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน
                วรขัตติยราชนารี ทรงนำาทีมวิจัยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์สังเคราะห์ตัวยาใหม่ชื่อ “โมลนูพิราเวียร์”

                ใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)

















                                 ภาพ : https://www.matichon.co.th/court-news/news_3059411

                  ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน
          วรขัตติยราชนารี ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงมีความห่วงใยในสถานการณ์ของประเทศและประชาชน ทรงริเริ่มการวิจัยเพื่อสังเคราะห์
          ยารักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) อย่างเร่งด่วน ด้วยทรงเห็นว่าการบริหารจัดการการระบาดของโรคนี้ต้องใช้ทั้งการป้องกัน
          โดยการฉีดวัคซีนและการรักษาที่มีประสิทธิภาพควบคู่กัน
                  ในฐานะที่ทรงเป็นนักเคมีอินทรีย์จึงทรงจัดทีมนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อวิจัยและพัฒนายาต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
          ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) และทรงเลือกยาตัวใหม่ชื่อ “โมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) เพื่อเร่งวิจัยและสังเคราะห์สารนี้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้
          ทรงประสบความสำาเร็จในการสังเคราะห์โมลนูพิราเวียร์ ๒ วิธี ซึ่งเป็นกระบวนการสังเคราะห์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนสังเคราะห์
          มีประสิทธิภาพ ต้นทุนไม่แพง และได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้ตัวยาในปริมาณสูงในระดับห้องปฏิบัติการแล้ว จึงพร้อมที่จะถ่ายทอด

          เทคโนโลยีกระบวนการผลิตให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณานำาไปใช้ในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกรณีประเทศไทยไม่สามารถ
          จัดหายามาใช้ได้

          หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์






       466  จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔
   471   472   473   474   475   476   477   478   479   480   481