Page 467 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 467
การกระทำาของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีการดำาเนินงานอย่างเป็นขบวนการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย แม้การปราศรัยของ
ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เมื่อวันจันทร์ ที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ณ เวทีธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
จังหวัดปทุมธานี จะผ่านไปแล้ว ภายหลังจากที่ผู้ร้องยื่นคำาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ยังปรากฏว่า ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ยังคงร่วมชุมนุมกับ
กลุ่มบุคคลต่าง ๆ โดยใช้ยุทธวิธีเปลี่ยนแปลงรูปแบบ วิธีการชุมนุม เปลี่ยนตัวบุคคลผู้ปราศรัย ใช้กลยุทธ์เป็นแบบไม่มีแกนนำาที่ชัดเจน แต่มีรูปแบบ
การกระทำาอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกัน การเคลื่อนไหวของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ และกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
มีลักษณะเป็นขบวนการที่มีเจตนาเดียวกันตั้งแต่แรก ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีพฤติการณ์กระทำาซำ้า และกระทำาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีลักษณะ
ของการปลุกระดมและใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ มีลักษณะของการที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายและใช้ความรุนแรงในสังคม
การใช้สิทธิหรือเสรีภาพของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย การกระทำาของผู้ถูกร้องเป็นการอ้าง
สิทธิหรือเสรีภาพเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำานึงถึงหลักความเสมอภาคและภราดรภาพ ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่รับฟังความ
เห็นของผู้อื่น ไม่ยอมรับความเห็นที่แตกต่างของบุคคล จนถึงกับล่วงละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นที่เห็นต่างด้วยการด่าทอ รบกวนพื้นที่ส่วนตัว
ยุยงปลุกปั่นด้วยข้อเท็จจริงที่บิดเบือนจากความจริง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงประจักษ์ว่าการกระทำาของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีการจัดตั้ง
กลุ่มในลักษณะองค์กรเครือข่ายกระทำาการใช้ความรุนแรงต่อเนื่อง บางเหตุการณ์ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีส่วนจุดประกายโดยการปราศรัย
ปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง ทำาให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ อันเป็นการทำาลายหลักการความเสมอภาคและภราดรภาพ ผล
ของการกระทำาของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ นำาไปสู่การล้มล้างระบอบประชาธิปไตยในที่สุด
นอกจากนี้ยังปรากฏว่า การชุมนุมหลายครั้งมีการทำาลายพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ การแสดงออกโดยลบแถบสีนำ้า
เงินซึ่งหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ออกจากธงไตรรงค์ ข้อเรียกร้อง ๑๐ ประการของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เช่น การยกเลิกมาตรา ๖
ของรัฐธรรมนูญ การยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล การยกเลิกพระราชอำานาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
ในที่สาธารณะ เป็นข้อเรียกร้องที่ทำาให้สถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของชาติ
ไทยที่ยึดถือปฏิบัติกันตลอดมา ทั้งพฤติการณ์และเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการกระทำาของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ แสดงให้เห็นมูลเหตุจูงใจ
ว่าการใช้สิทธิหรือเสรีภาพของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่เป็นการปฏิรูป
การใช้สิทธิหรือเสรีภาพของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยไม่สุจริต เป็นการละเมิดกฎหมาย
มีมูลเหตุจูงใจเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง
แม้เหตุการณ์ตามคำาร้องผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากยังคงให้ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ รวมทั้งกลุ่มในลักษณะองค์กรเครือข่ายกระทำาการดังกล่าว
ต่อไป ย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะนำาไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยที่รัฐธรรมนูญ
มาตรา ๔๙ วรรคสอง ได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำานาจวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำาดังกล่าวได้
ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเอกฉันท์ สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ รวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่าย เลิกกระทำาการดังกล่าว
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลรัฐธรรมนูญ
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง นักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทยได้รับรางวัลเหรียญทอง ๗ เหรียญ เหรียญเงิน ๖ เหรียญ และเหรียญทองแดง
๗ เหรียญ จากการแข่งขันกีฬายูยิตสูชิงแชมเปียนโลก ๒๐๒๑ ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ภาพ : https://www.siamsport.co.th/other/other/view/258469
เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 457

