Page 193 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 193
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุม
เตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลและการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร
ร่วมกับโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครทุกเครือข่าย โดยมีนโยบายการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) จะนำาเข้าสู่
การรักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด ขณะนี้ได้เปิดโรงพยาบาลชั่วคราว (Hospitel) และโรงพยาบาลสนาม ทำาให้มีเตียงรองรับผู้ติดเชื้อมากขึ้น
แต่ยังมีผู้ติดเชื้อในเขตกรุงเทพมหานครบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างรอเตียง จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
จัดตั้งคณะทำางานหารือการนำาผู้ติดเชื้อเข้าสู่การรักษาโดยเฉพาะ โดยให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เข้ามาร่วมประสานกับทาง
ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ในการช่วยกันนำาส่งผู้ติดเชื้อเข้าสู่การรักษาให้รวดเร็วมากขึ้น โดยจัดตั้งสายด่วน ๑๓๓๐, ๑๖๖๘, ๑๖๖๙ และ
Line@sabaideebot เพื่อติดตามผู้ติดเชื้อทุกรายให้เข้าสู่การรักษาโดยเร็ว
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
วันศุกร์ ที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ข้อกำาหนดออกตามความในพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่ ๒๐) กำาหนดมาตรการควบคุมตามพื้นที่หลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(โควิด - ๑๙) ระลอกใหม่
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำาหนดตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๐) ความว่า
“ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราว ๆ อย่างต่อเนื่องนั้น
โดยที่จำานวนผู้ติดเชื้อสะสมและผู้ติดเชื้อรายใหม่ซึ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศได้เพิ่มจำานวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการระบาดรอบใหม่
ได้กระจายออกไปในหลายพื้นที่ค่อนข้างรวดเร็ว รัฐบาลโดยข้อเสนอของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) จึงมีความจำาเป็นต้องเพิ่มเติมการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการที่จำาเป็นอย่างเร่งด่วน รวมทั้ง
ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ในจังหวัดที่ได้ตรวจพบการระบาดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถ
ดำาเนินการสกัดกั้นและระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที จึงออกข้อกำาหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การห้ามการดำาเนินการหรือจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค
(๑) ห้ามการใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภทเพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ
การฝึกอบรม หรือการทำากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำานวนมากทำาให้เสี่ยงต่อการแพร่โรค
(๒) ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่าห้าสิบคน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมที่ดำาเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำาหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรค
ข้อ ๒ การปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคทั่วราชอาณาจักร ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้วแต่กรณี ดำาเนินการตามกฎหมาย
ว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ
สถานประกอบกิจการอาบนำ้า สถานประกอบกิจการอาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยให้สั่งปิดสถานที่ดังกล่าวไว้
เป็นการชั่วคราวอย่างน้อยสิบสี่วัน
ข้อ ๓ การกำาหนดพื้นที่สถานการณ์ กำาหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำาแนก
ตามเขตพื้นที่ ดังนี้
(๑) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดนครปฐม
จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระยอง จังหวัดสงขลา จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอุดรธานี รวม ๑๘ จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
(๒) พื้นที่ควบคุม ให้พื้นที่จังหวัดอื่นนอกจากที่กำาหนดใน (๑) รวม ๕๙ จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุม
เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 183

