Page 131 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 131
(๓๑) นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด (๓๒) พันตำารวจโท ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์ (๓๓) นายสำาราญ รอดเพชร (๓๔) นายอมร อมรรัตนานนท์
(๓๕) นายพิเชษฐ พัฒนโชติ (๓๖) นายสมบูรณ์ ทองบุราณ (๓๗) นายกิตติชัย ใสสะอาด (๓๘) นางทยา ทีปสุวรรณ (๓๙) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
เป็นจำาเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ยุยงให้หยุดงาน กระทำาให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใด ทำาให้เกิดความปั่นป่วน
กระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักร อั้งยี่ ซ่องโจร มั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ทำาให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง บุกรุกในเวลากลางคืน
และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง ปิดกรุงเทพมหานคร โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกจำาเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี และ
ได้รับการประกันตัวทุกคน
คดีนี้อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำาเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันเสาร์ ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖
ถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำาเลยที่ ๑ ได้จัดตั้งคณะบุคคลชื่อ “คณะกรรมการประชาชน
เพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หรือกลุ่ม กปปส. มีนายสุเทพ
เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ โดยร่วมกันมั่วสุมเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร กองกำาลังแบ่งหน้าที่กันกระทำา ก่อความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน
ราชอาณาจักร ฐานเป็นกบฏเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทั้ง
อำานาจนิติบัญญัติ อำานาจบริหาร และอำานาจตุลาการ โดยร่วมกันยุยง ปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศกระด้างกระเดื่องร่วมชุมนุมขับไล่
ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ให้ออกจากตำาแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรทั่วไป เพื่อมิให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ให้ข้าราชการระดับสูงรายงาน
ตัวกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข
จากนั้น คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข จะแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำาสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
และคณะรัฐมนตรี โดยจะนำารายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง รวมทั้งจัดตั้งกองกำาลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธบุกเข้าไปยึดสถานที่ราชการและ
หน่วยงานสำาคัญต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น ทำาเนียบรัฐบาล สำานักงานตำารวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำารวจนครบาล สำานักงานเขตหลักสี่
ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร สนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ รวมทั้งการปิดกั้น ขัดขวางเส้นทาง
คมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ ช่วงระหว่างวันจันทร์ ที่ ๑๓ มกราคม ถึงวันอาทิตย์ ที่ ๒ มีนาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๗ พวกจำาเลยได้ปิดกรุงเทพมหานครด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพมหานคร รวม ๗ จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร
จัดตั้งกองกำาลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง การกระทำาของพวกจำาเลยล้วนไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงอำานาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร
และอีกหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำาเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓, ๑๑๖, ๑๑๗,
๑๓๕/๑, ๒๐๙, ๒๑๐, ๒๑๕, ๒๑๖, ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๗๖, ๑๕๒
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับพวกจำาเลยรวม ๓๗ คน เดินทางมาศาล ส่วนพลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ จำาเลยที่ ๑๑ เสียชีวิตแล้ว
และพันตำารวจโท ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์ จำาเลยที่ ๓๒ ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำาด้วยคดีอื่น ให้รับฟังคำาพิพากษาผ่านการประชุมทางไกล
(Video Conference) ไปยังเรือนจำา
ศาลอ่านคำาพิพากษา พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำาเลยนำาสืบแล้ว การกระทำาของจำาเลย มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้
ลงโทษแต่ละกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำาเลยที่ ๑ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำาคุก ๕ ปี จำาเลยที่ ๓ นายชุมพล จุลใส จำาคุก ๙ ปี ๒๔ เดือน
จำาเลยที่ ๔ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำาคุก ๗ ปี จำาเลยที่ ๕ นายอิสสระ สมชัย จำาคุก ๗ ปี ๑๖ เดือน จำาเลยที่ ๖ นายวิทยา แก้วภราดัย
จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๗ นายถาวร เสนเนียม จำาคุก ๕ ปี จำาเลยที่ ๘ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จำาคุก ๖ ปี
๑๖ เดือน จำาเลยที่ ๙ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๑๐ นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก
จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๑๑ พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ (เสียชีวิต) จำาเลยที่ ๑๒ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๑๔ นายถนอม อ่อนเกตุพล จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี
จำาเลยที่ ๑๕ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข จำาคุก ๓ ปี จำาเลยที่ ๑๖ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ จำาคุก ๔ ปี ๘ เดือน
จำาเลยที่ ๑๗ นายสาธิต เซกัลป์ จำาคุก ๒ ปี ปรับ ๒๖,๖๖๖ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๑๙ พลอากาศโท วัชระ ฤทธาคนี จำาคุก ๑ ปี
ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๒๐ พลเรือเอก ชัย สุวรรณภาพ จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี จำาเลยที่ ๒๔
เรือตรี แซมดิน เลิศบุศย์ จำาคุก ๔ ปี ๑๖ เดือน จำาเลยที่ ๒๕ นายมั่นแม่น กะการดี จำาคุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท รอลงอาญา ๒ ปี
เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ 121

