Page 105 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 105

การประชุมอย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะเป็นโอกาสดีที่จะรับฟังจากเมียนมาและหารือกันภายในสมาชิก

            ครอบครัวอาเซียนเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดและแนวทางที่อาเซียนอาจจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการช่วยให้สถานการณ์ได้รับการแก้ไข
            โดยสันติ”

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำาประเทศไทย, คณะก้าวหน้า, กระทรวงการต่างประเทศ

            วันจันทร์ ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง  ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พิพากษายกฟ้องคดีคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร
                   ในการสลายการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต

                   และได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ เหตุพยานโจทก์ยังขาดนำ้าหนัก
                     ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พิพากษาคดีคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารในการสลายการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตย
            ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยมีพนักงาน
            อัยการสำานักงานคดีพิเศษ ๑ เป็นโจทก์ และนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายสุขเสก
            พลตื้อ นางพรกมล บัวฉัตรขาว และนายสุรชัย เทวรัตน์ เป็นจำาเลยที่ ๑ ถึง ๓ คดีหมายเลขดำา อ.๘๕๗/๒๕๖๒ ในความผิดฐานร่วมกันทำาให้
            เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินผู้อื่น จนเป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย และร่วมกันสนับสนุนฆ่าและพยายาม

            ฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
                     โจทก์ระบุพฤติการณ์ของจำาเลยว่า ระหว่างวันอาทิตย์ ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ ถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ พฤษภาคม
            พุทธศักราช ๒๕๕๓ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ได้ร่วมชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์
            เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ลาออกจากตำาแหน่ง จนวันพุธ ที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศ
            สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และออกคำาสั่งจัดตั้งศูนย์อำานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อปฏิบัติการ
            ขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำาเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัวมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
                     กระทั่งวันเสาร์ ที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ จำาเลยที่ ๑ และ ๓ กับพวกร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M.67
            คนละ ๓ ลูก จำาเลยที่ ๒ เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและจัดหาระเบิดให้ โดยพวกจำาเลยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นด้วยการขว้างระเบิดสังหาร ๒ ลูก
            ใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ เป็นเหตุให้ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพล

            ทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ กับนายทหารรวม ๕ นายเสียชีวิต และมีนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกจำาเลยให้การปฏิเสธ
                     วันนี้ ศาลเบิกตัวจำาเลยที่ ๑ ถึง ๓ ฟังคำาพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า คำาเบิกความพยานโจทก์มีข้อพิรุธ อ้างเป็นผู้ติดตาม
            จำาเลยแต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ไม่รู้จักกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง เชื่อว่าให้การทั้งที่
            ไม่รู้เห็น แต่ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ประจักษ์พยานโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีนำ้าหนักรับฟังได้ และเมื่อ
            ศาลพิจารณาคำาฟ้องจำาเลยเปรียบเทียบกับคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติก่อการร้ายแล้วซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน มูลเหตุ
            ช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นการฟ้องซ้อน จึงพิพากษายกฟ้องจำาเลยที่ ๑ ถึง ๓
                     ทั้งนี้ คู่ความในคดียังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน ๑ เดือน หลังจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำาสั่งยกฟ้อง

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลอาญา


            วันจันทร์ ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔
            เรื่อง  กระทรวงศึกษาธิการเปิดการเรียนการสอนตามปกติตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔

                   เป็นต้นไป
                     กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำากับ
            ของกระทรวงศึกษาธิการ เปิดการเรียนการสอนตามปกติตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป หลังจากได้มีประกาศ
            ปิดสถานศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ใน ๒๘ จังหวัด ทั้งนี้ สถานศึกษาต้อง

            ดำาเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
            อย่างเคร่งครัด ยกเว้นโรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร ยังคงปิดการเรียนการสอนเช่นเดิม และให้ใช้แนวทางจัดการเรียนการสอนแบบทางไกล
            หรือวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือการให้ใบสั่งงาน หรือมอบหมายงานตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน




                                                                                   เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ 95
   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110