การจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่าในงานจดหมายเหตุ
เผยแพร่เมื่อ: 04 มี.ค. 63จำนวนผู้เข้าชม:40

การจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่าในงานจดหมายเหตุ

ประวัติศาสตร์บอกเล่า (oral history) เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากการสัมภาษณ์บุคคลผู้ผ่านประสบการณ์นั้นโดยตรง หรือเป็นผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ในอดีต หรือเป็นเรื่องราวของผู้ถูกสัมภาษณ์เองในลักษณะของอัตชีวประวัติ ซึ่งเป็นหลักฐานประเภทหนึ่งนอกเหนือไปจากหลักฐานประเภทต่างๆ เช่น เอกสารลายลักษณ์ ภาพถ่าย หรือวัตถุสิ่งของ

ประวัติศาสตร์บอกเล่า เป็นทั้งศาสตร์และเป็นวีธีการในการรวบรวมข้อมูลจากความทรงจำของบุคคลหรือชุมชน ที่ใช้กันในกลุ่มของนักประวัติศาสตร์บอกเล่า (oral historians) และนักวิจัย (researchers) โดยเชื่อว่าวิธีการของประวัติศาสตร์บอกเล่าจะเป็นการเติมเต็มข้อมูลที่ขาดหาย หรือหาไม่ได้จากเอกสารของทางราชการ และข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่ได้จากผู้ผ่านประสบการณ์ ข้อมูลที่ได้จึงเป็นข้อมูลที่มีสีสัน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้จากบุคคลอาจมีข้อเสียอันเนื่องมาจากความทรงจำที่ลางเลือน อคติ หรือการแสดงออกทางความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ให้ข้อมูล

การบันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์อาจบันทึกเฉพาะเสียงด้วยเครื่องบันทึกเสียง หรือกล้องวิดีโอ เป็นภาพเคลื่อนไหว ที่มีทั้งภาพและเสียงประกอบกัน โดยมีผู้สัมภาษณ์ (interviewer) เป็นผู้ป้อนคำถาม เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการ และมีผู้ให้สัมภาษณ์ (narrator) เป็นผู้ให้ข้อมูลจากความทรงจำที่ได้ประสบพบเห็น วิธีการของประวัติศาสตร์บอกเล่าจึงเป็นวิธีการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและความทรงจำในอดีต ผลผลิตของประวัติศาสตร์บอกเล่าจึงได้แก่ บันทึกต่างๆ และหลักฐาน เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ผ่านมาซึ่งขึ้นอยู่กับบริบททางวัฒนธรรมร่วมสมัย

สมาคมนักจดหมายเหตุอเมริกัน (Society of American Archivist) ได้จัดทำอภิธานศัพท์ศัพท์บัญญัติด้านจดหมายเหตุและเอกสาร (A Glossary of Archival and Records Terminology) โดยกำหนดคำนิยามของประวัติศาสตร์บอกเล่าไว้ดังนี้

1. การสัมภาษณ์ที่ได้บันทึกความทรงจำของบุคคลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต หรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

2. เสียงหรือวิดีทัศน์ ที่ได้ทำการบันทึกการสัมภาษณ์ สำเนา และเอกสารประเภทต่างๆที่ได้มา หรือที่เกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์ดังกล่าว

จากคำนิยามดังกล่าว ประวัติศาสตร์บอกเล่าจึงไม่ได้เป็นเพียง การสัมภาษณ์แต่ยังรวมถึงเอกสารเกิดขึ้นหรือเกี่ยวของกับการสัมภาษณ์ หรือที่ได้รับมอบจากผู้ให้สัมภาษณ์ จากนักวิจัยที่ใช้วิธีการของประวัติศาสตร์บอกเล่าในการดำเนินการวิจัย ดังนั้นหน้าที่ของหอจดหมายเหตุนอกจากการจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่าแล้ว ยังทำหน้าที่ในการรวบรวม จัดเก็บ อนุรักษ์ และให้บริการเอกสารประวัติศาสตร์เพื่อการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยในด้านต่าง ๆ

ประวัติศาสตร์บอกเล่าในงานจดหมายเหตุไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มข้อมูลที่ขาดหายจากเอกสาร หรือเป็นการรวบรวมข้อมูลของเรื่องราวในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการที่นำมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลจากเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสังคม หรือต่อประเทศ และถือเป็นเหตุการณ์ที่จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชุมชน สังคม หรือของประเทศ เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้ความทรงจำ หรือความสดของเหตุการณ์จะลดลง จึงควรทำการจัดเก็บข้อมูล อนุรักษ์ และเพื่อให้บริการสำหรับการศึกษาอ้างอิงในอนาคต

นอกจากนี้หอจดหมายเหตุในฐานะที่เป็นหน่วยงานในการรวบรวม อนุรักษ์ และให้บริการเอกสารจดหมายเหตุประเภทต่างๆ ซึ่งบันทึกการสัมภาษณ์ที่จัดทำโดยหอจดหมายเหตุเอง หรือบันทึกคำสัมภาษณ์ที่ได้รับมอบจากนักวิจัย จึงเป็นเอกสารที่บันทึกข้อมูลที่อาจมีประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยสำหรับคนรุ่นหลัง ดังนั้นการจัดทำประวัติศาตสร์บอกเล่าในงานจดหมายเหตุ จึงมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. เพื่อการเติมเต็มข้อมูลที่ขาดหายหรือไม่สามารถหาได้จากเอกสารจดหมายเหตุประเภทลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารของทางราชการ เนื่องจากในช่วงที่เกิดเหตุการณ์หลักฐานจะได้รับการบันทึกโดยผู้มีอำนาจ ดังนั้นเรื่องราวที่กระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจจึงถูกปิดบัง ในกรณีนี้จะเป็นการจัดเก็บข้อมูลของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จากบุคคลที่อยู่ร่วมสมัยหรืออยู่ในเหตุการณ์ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวของเหตุการณ์นั้นโดยตรง การจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่ากรณีนี้เป็นการจัดเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์จากบุคคลที่มีอายุค่อนข้างมาก

2. เพื่อเป็นการจัดเก็บข้อมูลร่วมสมัย เนื่องจากข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ เป็นที่สนใจของประชาชนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยในอนาคต หากไม่ทำการบันทึกไว้ข้อมูลอาจสูญหายไป ถูกเบี่ยงเบนประเด็นโดยผู้มีอำนาจในขณะนั้น หรือความสดของข้อมูลอาจหมดไป เนื่องจากการถูกคุกคามหรือความทรงจำของบุคคลจางหายไปตามกาลเวลาและอายุ

3. เพื่อจัดเก็บข้อมูลประวัติของบุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่มีผลงานโดดเด่น หรือเป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ได้รับการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ หรือเป็นผู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์

4. เพื่อรวบรวมบันทึกการสัมภาษณ์และเอกสารต่างๆ ของนักวิจัยที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สมควรแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อให้บริการในการศึกษา ค้นคว้าวิจัยในอนาคต

การจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่าโดยหอจดหมายเหตุจะตั้งอยู่บนหลักของการพิทักษ์ไว้ซึ่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องและเป็นกลาง เพื่ออนุรักษ์ไว้ในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติ ไว้ให้คนรุ่นหลังได้นำมาใช้เพื่อการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยในอนาคต ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจะถูกใช้โดยผู้ใช้เอกสารซึ่งจะเป็นผู้วิเคราะห์ว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงและน่าเชื่อถือเพียงไร จากการวิเคราะห์หลักฐานที่มีอยู่

ปัจจุบันสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้จัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่าการปฏิบัติการช่วยชีวิตนักฟุตบอลเยาวชน ”หมูป่า อะคาเดมี” ณ วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยการสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลจากบุคคลที่มีส่วนร่วม และที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการช่วยชีวิตนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อะคาเดมี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันที่การปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นและปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน ถึงวันที่สามารถกู้ภัยและลำเลียงนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อะคาเดมี ออกมาจากถ้ำได้ทั้ง 13 คน ในวันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2561 ซึ่งข้อมูลที่ได้จะแสดงลำดับเหตุการณ์ เรื่องราวที่ผู้เกี่ยวข้องได้ประสบพบเห็น ได้ร่วมในการปฏิบัติการ ซึ่งข้อมูลที่ได้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการในการคิด การวางแผน การปฏิบัติการ การแก้ไขปัญหา รวมถึงการบูรณาการสรรพวิชา ประสบการณ์ของแต่ละบุคคลที่ได้นำมาใช้และทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง และยังแสดงออกถึงความมีส่วนร่วม ความมีน้ำใจของคนไทยและชาวต่างชาติในปฏิบัติการครั้งนี้ โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าต่อการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยให้แก่ประชาชนและหน่วยงานในอนาคตต่อไป

ผู้เรียงเรียง: นางสาววรนุช วีณะสนธิ นักจดหมายเหตุชำนาญการ