การให้บริการ
การค้นคว้าเอกสารจดหมายเหตุ
เอกสารจดหมายเหตุเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ของชาติที่สำคัญยิ่ง สะท้อนถึงความเป็นไปของชาติบ้านเมืองในอดีตทุกด้าน เช่น การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษา ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น นอกจากความเก่าตามอายุของเอกสารแล้ว การจับต้องใช้งานของผู้ค้นคว้าเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เอกสารจดหมายเหตุเสื่อมสภาพ ชำรุดเสียหายและสูญหายได้ ดังนั้นเอกสารจดหมายเหตุนอกจากจะต้องดำเนินการเก็บรักษาและอนุรักษ์ตามหลักวิชาการโดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติแล้ว ผู้ค้นคว้าจะต้องระมัดระวังในการจับต้องในระหว่างการใช้เอกสาร เพื่อให้เอกสารจดหมายเหตุมีอายุยาวนานเป็นมรดกสำคัญทางวัฒนธรรมของชาติสืบต่อไป
ห้องบริการค้นคว้า
ห้องกรมหลวงพิชิตปรีชากร ห้องบุรฉัตร
ตั้งอยู่ชั้น ๑ ของอาคาร เป็นส่วนของการลง
ทะเบียน ผู้ค้นคว้าและให้บริการค้นคว้าเอกสาร
จดหมายเหตุประเภท
ต่าง ๆ เช่น เอกสารโต้ตอบ
ของส่วนราชการ
เอกสาร
ส่วนบุคคล เอกสาร
ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
เป็นต้น ประกอบด้วย
ห้องอ่านเอกสารประเภท
ลายลักษณ์ ห้องอ่าน
เอกสาร
ประเภทไมโครฟิล์ม
ห้องเครื่องมือ
ช่วยค้นข้อมูลประเภทบัญชีเอกสาร
และห้องสมุด
ตั้งอยู่ชั้น ๒ ของอาคาร เป็นส่วนของการให้บริการ
เอกสารประเภทโสตทัศนจดหมายเหตุ เช่น ภาพถ่าย แผนที่ แผนผัง แบบแปลน สไลด์ ซีดี แถบบันทึกเสียง เป็นต้น
การเข้าใช้เอกสารจดหมายเหตุ
การเข้าใช้เอกสารจดหมายเหตุผู้ค้นคว้าจะต้องปฏิบัติตามลำดับ ดังนี้
1. กรอกรายละเอียดในใบขออนุญาตเข้าค้นคว้า และบัตรประจำตัวผู้ค้นคว้าโดยใช้รูปถ่าย ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป พร้อมแสดงบัตรประชาชน บัตรข้าราชการ หรือบัตรอื่นใดที่ทางราชการออกให้ เพื่อทำบัตรประจำตัวผู้ค้นคว้าถาวร ซึ่งกำหนดระยะเวลา ๑ ปี กรณีผู้ค้นคว้าชาวต่างประเทศต้องติดต่อสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และได้รับอนุญาตจากอธิปดีกรมศิลปากร จึงจะเข้าค้นคว้าได้
2. ลงชื่อ เวลา ก่อนเข้าห้องบริการค้นคว้า และเวลากลับในสมุดลงทะเบียน
3. ฝากสิ่งของส่วนตัวไว้ในตู้เก็บของก่อนเข้าห้องบริการค้นคว้า ยกเว้นปากกา ดินสอ กระดาษ หรือสมุดจดข้อความ
4. ห้ามนำอุปกรณ์ทำสำเนาเอกสารเข้าห้องบริการค้นคว้า
5. ห้ามใช้อุปกรณ์สื่อสารทุกประเภทในห้องบริการค้นคว้า
6. ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่มทุกประเภทเข้าห้องบริการค้นคว้า
การยืมเอกสาร
1. ผู้ค้นคว้าต้องใช้เอกสารจดหมายเหตุภายในห้องบริการค้นคว้าเท่านั้น ห้ามนำเอกสารจดหมายเหตุออกจากห้องบริการค้นคว้าโดยเด็ดขาด
2. การขออนุญาตอ่านเอกสารจดหมายเหตุลายลักษณ์ และเอก
สารโสตทัศนจดหมายเหตุ ผู้ค้นคว้ากรอกรายละเอียดในใบยืมเอกสารส่งเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ โดยให้ยื่นแบบฟอร์มได้ ๓ ใบ ยืมต่อครั้งและยืมเอกสารได้ไม่เกิน ๓๐ ใบยืมต่อวัน
3. ผู้ค้นคว้าสามารถใช้เอกสารลายลักษณ์แต่ละชุดได้ไม่เกิน ๒ สัปดาห์ โดยเก็บไว้ในห้องเก็บเอกสารชั่วคราว หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเอกสารเกินกำหนดเวลายืมจะดำเนินการส่งคืนคลังเอกสารยกเว้นการติดทำสำเนาเอกสาร
4. ผู้ค้นคว้าต้องใช้ไมโครฟิล์มแทนต้นฉบับสำหรับเอกสารจดหมายเหตุที่ถ่ายทำไมโครฟิล์มเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นกรณีพิเศษโดยพิจารณาจากเหตุผลและความจำเป็น
5. ผู้ค้นคว้าต้องตรวจสอบเอกสารจดหมายเหตุให้ครบถ้วนทุกครั้งก่อนใช้และก่อนส่งคืน
6. ผู้ค้นคว้าต้องดึงลวดเสียบกระดาษออกจากเอกสารทุกครั้ง หลังจากรับสำเนาเอกสารแล้ว
7. ผู้ค้นคว้าต้องใช้เอกสารจดหมายเหตุด้วยความระมัดระวัง
หมายเหตุ : การจำกัดจำนวนการใช้เอกสาร เพื่อให้ผู้ค้นคว้าทุกคนมีโอกาสใช้เอกสาร เอกสารไม่อยู่ในความครอบครองของผู้หนึ่งผู้ใดเป็นจำนวนมาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติสามารถให้บริการทำสำเนาเอกสารแก่ผู้ค้นคว้าได้ทั่วถึงทุกคน และเป็นการช่วยยับยั้งการชำรุดเสียหายของเอกสารที่เกิดจากการใช้งาน
การทำสำเนาเอกสาร
1. ผู้ค้นคว้าต้องกรอกรายละเอียด ใบขอถ่ายสำเนาเอกสารและยื่นต่อเจ้าหน้าที่ห้องบริการค้นคว้า เพื่อขอทำสำเนาเอกสาร ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๕.๓๐ น.
2. การทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุทุกประเภทไปเผยแพร่ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
3. อนุญาตให้ผู้ค้นคว้าทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุทุกประเภทลายลักษณ์ได้ไม่เกิน ๓๐ รายการ ต่อวัน และทำสำเนาเอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุได้ไม่เกิน ๓๐ ภาพ ต่อวัน
4. ผู้ค้นคว้าต้องชำระเงินค่าทำสำเนาเอกสารทุกประเภทล่วงหน้า
5. ผู้ค้นคว้าต้องตรวจสอบสำเนาเอกสารให้ครบถ้วนก่อนส่งคืนต้นฉบับ
นักจดหมายเหตุประจำห้องบริการค้นคว้ามีหน้าที่ให้คำแนะนำการใช้เอกสารจดหมายเหตุแก่ผู้ค้นคว้า เพื่อให้ผู้ค้นคว้าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ถูกต้อง รวดเร็วเท่านั้น การสืบค้นข้อมูลเป็นภารกิจของผู้ค้นคว้า
เวลาเปิดทำการ
วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๐๐ น. ยกเว้นวันเสาร์สุดท้ายของเดือน และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ปิดบริการเพื่อตรวจสอบเอกสารประจำปี ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๓๐ ธันวาคม